คนกล้าคืนถิ่น | สุชญา ใจเย็น
729
post-template-default,single,single-post,postid-729,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,qode-theme-ver-10.1.1,wpb-js-composer js-comp-ver-5.0.1,vc_responsive

สุชญา ใจเย็น

อิสรภาพ สุขภาพ และมิตรภาพ ในโครงการคนกล้าคืนถิ่น

นางสาวสุชญา ใจเย็น แม่หญิงล้านนา บุปผาชาติแห่งตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่บ่งบอกความเป็นชนชาติพันธุ์ล้านนาที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในตัวเธอ ด้วยรอยยิ้มที่มอบให้กับผู้คนรอบข้างจากใบหน้าที่สะสวยของเธอ ทำให้ผู้คนรอบข้างหลงเสน่ห์เธอได้ไม่ยาก

“น้องกระปุก หรือ น้องปุก” คำเรียกที่คุ้นหูของทุกคนที่เรียก นางสาวสุชญา ใจเย็น ชีวิตที่แสนเรียบง่ายเป็นไปตามครรลองการดำรงชีวิตของคนเมืองทั่ว ๆ ไป คือ เรียนจบ แล้วก็ต้องทำงาน เธอได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมทันตสุขภาพ ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ หน้าที่ของเธอต้องออกนอกพื้นที่ให้ความรู้และคำแนะนำ ตรวจสุขภาพในช่องปากให้แก่ประชาชน นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ตลอดเวลา เรียกว่าอยู่ข้างนอก น้อยกว่าอยู่บ้านของตนเอง

แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีของเธอ ที่ได้ออกพื้นที่ เพราะหน้าที่เหล่านี้ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ๆ จากการเดินทาง จากผู้คนที่เจ็บป่วย ไหนจะต้องให้คำแนะนำให้ความรู้กับเด็กนักเรียน ชาวบ้าน และจะต้องกลับมาเขียนรายงานสรุป ในทุก ๆ วัน เธอต้องทุ่มเทเป็นอย่างมาก เหมือนเป็นหมอให้กับคนไข้ เป็นครูให้กับนักเรียนและชาวบ้าน ชีวิตในทุก ๆ วัน ต้องรีบตื่นแต่เช้า ทำกับข้าวให้เสร็จเพื่อกินข้าวเช้าก่อนออกไปทำงาน ไปถึงที่ทำงานชีวิตการทำงานของเธอต้องเริ่มต้นที่ ปลายนิ้วและแสงเลเซอร์ เพื่อสแกนนิ้วมือว่าเธอได้มาทำงาน ทำงานเสร็จตอนเย็นก่อนกับก็ต้องสแกนนิ้วมือกลับบ้าน มันซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุก ๆ วัน ก็สร้างความเบื่อหน่ายได้เช่นกัน


อีกข้อหนึ่งที่ทำให้เธอเกิดจุดเปลี่ยนทางความคิด นั่นคือการออกพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้าน จะเรียกว่าเป็นความโชคดีของเธอก็ได้ เธอได้เรียนรู้ชีวิตของมนุษย์ ที่ทุก ๆ พื้นที่ อาจมีวัฒนธรรม ประเพณี และจารีตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์เราทุกวันนี้มีเหมือนกัน นั่นคือ วิถีการทำการเกษตรที่ไม่ปลอดภัย ไม่รู้จักวิธีการใช้และวิธีป้องกันตัวเองจากสารพิษสารเคมีจากการทำเกษตรที่ถูกต้อง จึงทำให้คนในชุมชนล้วนมีแต่ผู้ป่วยและมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์เท่าที่ควรจะเป็น การไม่รู้จักแหล่งที่มาของอาหารที่ตัวเองกิน ทำให้เธอเฝ้าครุ่นคิดมาตลอดว่า ทำอย่างไรถึงจะช่วยให้เขาเหล่านั้นได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการผลิตอาหารที่ดีและบริโภคได้ปลอดภัย เพราะสาเหตุอาการป่วยของผู้คน ที่วงการแพทย์พยายามแก้ปัญหามาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ยังไม่สามารถทำการแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ เพราะระบบการค้าที่ผูกขาดในบุคคลเพียงกลุ่มเดียว ทำให้เกิดปัญหามากมาย เหมือนโรคภัยที่เรื้อรัง ทางเดียวที่จะแก้ได้คือสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง จิตวิญญาณความเป็นครูและหมอ ในตัวเธอจึงร่ำร้องหาวิธีช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านั้น

 
ฟ้าเป็นใจให้เจ้าหน้าที่ทันตสุขภาพแห่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นางสาวสุชญา ใจเย็น หรือน้องกระปุกได้พบและมีโอกาสได้เข้าศึกษาใน หลักสูตรชาวนามืออาชีพ มหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ที่ศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน ของพระภิกษุผู้เป็นปราชญ์ เป็นร่มใบบุญของพุทธศาสนิกชน ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่ทุก ๆ คนรู้จักกันในนาม ท่าน ว.วชิรเมธี เธอใช้เวลาไปร่ำเรียนทุกวันเสาร์ เป็นเวลา 1 ปี เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความเชื่อในการใช้สารเคมีในการทำเกษตรของเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเธอได้รับคำตอบว่าทุกคนที่มาเรียนล้วนเป็นเกษตรกรที่พร้อมเปลี่ยนวิถีเคมี มาเป็นวิถีปลอดภัยและอินทรีย์ ทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น และตั้งใจทำเพื่อผู้คนทั่วไปได้มากยิ่งขึ้น

 

โครงการคนกล้าคืนถิ่น ก็ได้ต้อนรับสมาชิกที่มีชื่อว่า นางสาวสุชญา ใจเย็น เข้ามาเป็นสมาชิกในรุ่นแรก อบรมบ่มเพาะกันอย่างเต็มที่ในเวลาอันสั้นเพียง 5 วัน 4 คืน เท่านั้น แต่เวลาอันน้อยนิดมันไม่สามารถเทียบเท่ากับปณิธานอันแรงกล้าของเธอ เธอตั้งใจในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ และสิ่งที่ได้พบอีกอย่างนั่นก็คือ มิตรภาพจากเพื่อน ๆ ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน

 

“บอกตามตรงว่า แรก ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอหลังจากเรียนจบหลักสูตร ได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์ของโครงการคนกล้าคืนถิ่น ก็ชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่โรงเรียนชาวนาไปเข้าร่วมโครงการ ก็เลยตัดสินใจเข้ารับการอบรม เพื่อศึกษาไว้เป็นข้อมูลประกอบการทำเกษตรในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ คือกระปุกไม่คิดว่าหลังจากได้อบรมบ่มเพาะ 5 วัน 4 คืนมาแล้ว ทำให้เราได้ความมั่นใจในการประกอบอาชีพเกษตรว่าเราต้องอยู่ได้ เราสามารถอยู่รอดได้แน่ ๆ” เธอตอบแบบน้ำเสียงมีความมั่นใจ

หลังจากกลับจากคนกล้าคืนถิ่น น้องกระปุกพกความมั่นใจบวกกับองค์ความรู้มาอย่างเต็มที่ เธอสร้างความประหลาดใจแถมด้วยความตกใจให้กับคนในครอบครัว และผู้คนที่รู้จักเธอเป็นอย่างมาก นั่นคือเธอได้ตัดสินใจลาออกจากการทำงานประจำที่ดูว่ามีเกียรติและเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวและตัวเธอ

เธอทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร…………..ทำไปทำไม…………….เป็นคำถามที่อยู่ในใจคนในครอบครัวและคนรอบข้างของเธอ ปณิธานในใจของเธอมันชัดเจนที่ว่า เธอทำทุกอย่างเพื่อค้นหาคำตอบและลบความเชื่อเดิม ๆ ของเกษตรกรหมู่มากด้วยว่า การปลูกผักแบบไม่พึ่งสารพิษสารเคมี นั้นทำได้จริง และเป็นบทพิสูจน์ให้กับตัวเองและครอบครัวว่า การทำอาชีพเกษตรกรก็สามารถมีรายได้เท่ากับงานประจำ และอาจจะมากกว่าด้วย

 

ก่อนเข้าร่วมโครงการคนกล้าคืนถิ่น เธอพอจะมีความรู้มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทฤษฏียังไม่ได้ลองลงมือทำเป็นรูปเป็นร่าง เธอเป็นคนที่จะทำอะไรสักอย่างแล้วต้องรู้ลึกรู้จริงและต้องทำจริงๆ หลังการลาออกจากงานประจำ กระปุกก็ได้ลงมือทำงานที่เธอตั้งใจในแปลงของเธอ และในระหว่างที่รอเก็บเกี่ยวผลผลิตในแปลงนั้น เธอได้ผลิตสินค้าตัวแรกเพื่อออกวางจำหน่ายนั่นก็คือ ถั่วงอกปลอดสารพิษ ซึ่งแน่นอนผลที่ได้รับคือ การตอบรับเป็นอย่างดีในหมู่คนรักสุขภาพ เธอใช้ชื่อสินค้าของเธอว่า “ งอกเงยดี ” ถั่วงอกปลอดสาร

 

เรื่องง่าย ๆ ของบางคน ก็เป็นเรื่องที่ยากของอีกคน ปัญหาอุปสรรคของแต่ละคนอาจคล้ายกัน แต่มีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน กระปุกก็พบเจออุปสรรคเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในเดือนแรกๆ ของการทำงานในวิถีใหม่ของชีวิตนี้ เธอได้พบเจออุปสรรคอย่างแรก นั่นก็คือ ทำไม่ทันเพราะเวลาไม่พอ จัดสรรเวลาไม่ได้ ต้องทำหลายอย่าง ต้องทำคนเดียวเพราะที่บ้านคิดว่า มันคืองานที่เราต้องทำเองทั้งหมด ไม่ว่าจะขึ้นแปลงปลูกผัก ตัดหญ้าถอนหญ้า เก็บผักขายผัก ออกตลาด นับเป็นปัญหาที่หนักเอาการสำหรับคนที่เคยชินกับชีวิตที่ต้องทำงานตามคำสั่ง เข้างานตามเวลามาตลอดชีวิต แล้วต้องมาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

สติมาปัญญาก็จะเกิด แต่ถ้าสติเตลิดมันก็มักจะเกิดปัญหา กระปุกตั้งสติเพื่อใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น คิดวิเคราะห์และวางแผนการทำงานให้มีระบบ เป็นขั้นตอนมากขึ้น เพราะอย่างไรแล้วก็ต้องลงมือทำด้วยตัวเองอยู่ดี เพราะคนในครอบครัวทุกคนต่างมีงานและหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าปล่อยให้สติเตลิดก็อาจเกิดปัญหาได้ เธออาจจะต้องล้มเลิกความคิดกลับไปสู่วิถีเดิม ๆ ก็เป็นได้

 

การเข้าสู่โครงการคนกล้าคืนถิ่น เป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะการเรียนรู้และมิตรภาพจากเพื่อน ๆ ครอบครัวคนกล้านั้น มันยากที่จะหาได้จากวิถีชีวิตทั่วไป การเรียนรู้จากผู้อื่นนับเป็นกำไรชีวิต และที่สำคัญอีกอย่าง คืออิสรภาพ ทั้งเวลา ความคิด และการใช้ชีวิต ไม่ต้องฟังคำสั่งใคร ไม่ต้องเอาใจใคร ไม่ต้องวุ่นวายกับอะไรที่ไม่จำเป็น จะไปไหน เวลาไหนก็ได้ จะไปหาเพื่อนเมื่อไรก็ไปได้ตลอดเวลา ไม่ต้องลางานกับใครอีก และได้ความรู้ที่ยังไม่มีวันสิ้นสุดอีกด้วย นับเป็นกำไรชีวิตที่ยากจะหาได้ง่าย ๆ

 

“โครงการ คนกล้าคืนถิ่น นี้คุณจะไม่โดดเดี่ยว คุณจะไม่เดินคนเดียว คุณจะมีครอบครัวที่ร่วมเดินและช่วยเหลือคุณไปตลอดเส้นทางแห่งความสุขและความยั่งยืนที่ถาวร” เป็นประโยคทิ้งท้ายที่สาวงามแห่งเมืองเชียงรายฝากให้กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่สนใจอยากใช้ชีวิตในรูปแบบวิถีแห่งความยั่งยืนทางด้านสุขภาพ และวิถีแห่งคนกล้าคืนถิ่น ติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ค แฟนเพจ คนกล้าคืนถิ่น ได้ตลอดเวลานะจ้ะ……………กระปุก นางสาว สุชญา ใจเย็น คนกล้าคืนถิ่นจังหวัดเชียงราย

1Comment
  • ถาวร แฉล้มรัมย์
    Posted at 15:05h, 06 มีนาคม ตอบกลับ

    สุดยอดมากครับ
    ผมสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ
    ขอเบอร์โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่รับสมัครได้มัยครับ
    ขอบคุณครับ
    ถาวร แฉล้มย์
    0956624554

Post A Comment