คนกล้าคืนถิ่น | รนิดา บุญศรี
724
post-template-default,single,single-post,postid-724,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,qode-theme-ver-10.1.1,wpb-js-composer js-comp-ver-5.0.1,vc_responsive

รนิดา บุญศรี

เดินตามกำลัง เดินด้วยแรงศรัทธา มิตรสหายร่วมนำพาวิถีแห่งความพอเพียง

รนิดา บุญศรี พี่สาวที่ใจดีจาก บ้านป่ายางน้อย ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เป็นชีวิตที่มีความหมายและน่าอิจฉาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว นางสาว รนิดา บุญศรี หรือ “พี่หล้า” ของเหล่าเพื่อนพ้องพี่น้อง คนกล้าคืนถิ่น สุภาพสตรีวัยกลางคน ผู้มีใบหน้าที่เปี่ยมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สร้างความสุขให้กับผู้คนรอบข้างเสมอ

แต่กว่าจะมาเป็นชีวิตที่เป็นสุขได้แบบนี้ ชีวิตของพี่หล้าต้องเดินทางไปทำงานให้หน้าที่พนักงานประจำของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองไทย พี่หล้าต้องเดินทางไปต่างประเทศทุก ๆ วัน ไปเช้าเย็นกลับ พูดแล้วพาให้งง “ชีวิตของพี่ต้องตื่นตี 4 ไปขึ้นรถตอน 6 โมงเช้า เพื่อเดินทางไปแม่สาย และต้องเดินจากแม่สายข้ามไปที่หน้าด่าน และเดินไปถึงสถานที่ ๆ ทำงานทุกวัน ในโซนอินโดจีน เมียนมาร์ อยู่ใน DUTY FREE ของประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทยของเรา เย็นก็เดินกลับมาฝั่งไทย ขึ้นรถกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด หายงงแล้วใช่มั้ย” พี่หล้าพูดพร้อมหัวเราะไปด้วยทำเอาหัวเราะตามไปด้วย

ทำอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ปี 2539 จนมาถึงปี 2547 บทเรียนการใช้ชีวิตของพี่หล้าก็มาทดสอบอีกครั้ง คุณแม่ของพี่หล้าได้จากพี่หล้าไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีก พี่หล้าจึงตัดสินใจขอลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ แต่หัวหน้างานก็ไม่ยอมให้ลาออก พี่หล้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะคุณพ่อก็มาล้มป่วยลงอีกคน ไม่มีเวลาดูแล แต่โชคชะตาคนเรามันไม่แน่นอน เหมือนฟ้าจะเป็นใจให้พี่หล้าก้าวออกจากสิ่งที่พี่หล้าเบื่อหน่ายมาตลอดหลายปี “ที่ตัดสินใจลาออกจากงาน ส่วนหนึ่งมาจากอยากมาดูแลพ่อนะ เพราะตอนแม่ป่วยพี่ก็ต้องทำงานหาเงิน ไม่ค่อยมีเวลา กลับถึงบ้านก็ดึกแล้วด้วย แล้วงานที่ทำเนี่ย บอกตรง ๆ มันคือการขายของมึนเมา คือสุรา ค่ะ เลยมีหลาย ๆ อย่างทำให้ไม่อยากไปทำ ตอนนั้นด่านพรมแดนปิดพอดี พี่เลยไม่ไปเลย โทรไปบอกเขาเลยนะ ว่าเงินเดือนไม่เอา ไม่ต้องโอนมาให้นะ ไม่ไปทำแล้ว”

แล้วทางสว่างก็เปิดทางให้กับ พี่หล้า รนิดา บุญศรี อีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจออกจากงานประจำแล้ว ก็มาดำเนินชีวิตตามวิถีเกษตรกรของพ่อและแม่ จึงได้รับทราบข่าวการเรียนวิถีเกษตรอินทรีย์ของไร่เชิญตะวัน ของท่าน ว.วชิรเมธี พี่หล้าไม่รอช้ารีบไปสมัครขอเรียนทันที และ ณ ที่ไรเชิญตะวันนี้พี่หล้าก็ได้พบกับมิตรภาพที่แท้จริงของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

“ตอนนั้นยังเรียนรู้เกษตรอินทรีย์อยู่ที่ไร่เชิญตะวัน แล้วก็มีพี่ ๆ ทหารเข้ามาแนะนำโครงการคนกล้าคืนถิ่นให้ได้รู้จัก พี่ทรงโสภา กับน้องกระปุก (สุชญา ใจเย็น) ก็ชวนกันไปโครงการนี้ด้วยกัน พี่ก็เลยไปเข้าร่วมด้วย” พี่หล้าบอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข

“คนกล้าคืนถิ่น จังหวัดเชียงราย ค่อนข้างสามัคคี กลมเกลียวกันมาก ๆ นะ เพราะเราจะมีการติดต่อกันตลอดทุกวัน มีอะไรก็เรียกว่า แห่กันไปช่วยเลย เป็นเพราะโครงการคนกล้าทำให้เราได้รู้ว่าชีวิตของเรามีความหมายอย่างไร เราอยู่ไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร ที่สำคัญได้เจอคนที่มีแนวคิดเดียวกัน เดินไปในเส้นทางแห่งมิตรภาพไปด้วยกัน มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่นะสำหรับพี่ เรียกว่าแรงบันดาลใจเปี่ยมล้นเลย” พี่หล้าพูดประโยคท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

เมื่อกลับมาจากโครงการแล้ว พี่หล้าเป็นคนเด็ดเดี่ยว จึงเริ่มต้นทำอะไรด้วยตัวเองก่อน เพื่อให้ตนเองได้รู้จักกับคำว่าพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง ตัดหญ้า ขุดดิน แผ้วถางทาง ทำทุกอย่างเลย ด้วยตัวคนเดียว ทำขนมไปขายบ้าง เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข

เมื่อถามถึงปัญหาอุปสรรค พี่หล้าตอบว่าไม่มีเลย “พี่หล้าตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก พ่อกับแม่ก็เสียไปหมดแล้ว ถามว่าพี่หล้าจะมีเหงามั้ย ไม่นะ เพื่อนเพียบเลย ยิ่งกลับจากคนกล้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก แต่ปัญหาน่าจะมีอยู่อย่างนึงนะ (หัวเราะ) คือพี่อยู่บ้านหลังเล็ก ๆ ตัวคนเดียว บ้านสองชั้น มีเสาทั้งหมด 24 ต้น เช้าถูข้างบน เย็นถูข้างล่าง อันนี้น่าจะเป็นปัญหานะ” พูดจบพี่หล้าก็หัวเราะอีก คงเดากันออกนะครับว่าบ้านที่มีเสาทั้งหมด 24 ต้น จะมีขนาดเท่าไร

“วันอังคารพี่เก็บผลผลิตไปขายที่ตลาดเช้า ธกส. ขายไม่หมดก็ไล่แจก วันเสาร์ก็ไปขายถนนคนเดิน ไม่เคยซีเรียสกับยอดขายนะ มันเหมือนไปหาเพื่อนนะ เดี๋ยวก็เจอคนรู้จัก เจอเพื่อน ก็ซื้อกัน ช่วยกันขายบ้าง ซื้อผัก 20 บาท นั่งคุยกันเป็นชั่วโมงก็มี (หัวเราะ) ขายไม่หมดก็แจก ชีวิตมันมีความสุขนะ พี่ถึงไม่ค่อยมีอะไรจะเล่าให้ฟังเท่าไร เพราะพี่ไม่มีภาระอะไรแล้ว ลืมบอกทุกวันพระก็ได้ไปวัด อันนี้แฮปปี้สุด ๆ “

พี่หล้าบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังด้วยความสุขที่คนหลาย ๆ คนอาจใฝ่ฝันถึง ทางแห่งความสุข ความสว่างในจิตใจ มันคงอยู่ที่วันนี้คุณตัดสินใจที่จะเลือกอะไรมากกว่า ระหว่างความสบายที่สักพักก็หายไป กับความสุขที่มันยั่งยืนจริงแท้

“พี่ก็บอกหลาย ๆ คนนะ บางคนก็มาถามพี่ระหว่างที่เค้าเข้ามาเก็บผักในสวนพี่ไปทำอาหาร พี่ก็เล่าให้เค้าฟังนะ ว่าโครงการคนกล้าคืนถิ่นนี่ดีนะ ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข มันจะช่วยตอบโจทย์ในการดำเนินชีวิตให้กับเราได้มากขึ้น”

พี่หล้ากล่าวทิ้งท้ายให้ทุก ๆ คน ได้ไปค้นหาคำตอบของชีวิตตนเอง ได้ในโครงการคนกล้าคืนถิ่น และติดตามวิถีคนกล้าได้ทาง เฟซบุ๊ค แฟนเพจ อีกเส้นทางหนึ่ง

No Comments

Post A Comment